ผู้เขียน หัวข้อ: บริหารจัดการอาคาร: เคล็ดลับ ทริคดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นให้อยู่ทนและประหยัดไฟ ใ  (อ่าน 4 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 757
  • รับจ้างโพส ,รับโพสเว็บ, โปรโมทเว็บ ราคาประหยัด
    • ดูรายละเอียด
บริหารจัดการอาคาร: เคล็ดลับ ทริคดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นให้อยู่ทนและประหยัดไฟ ใช้ได้ยาวนาน ปลอดภัย หายห่วง!

เครื่องทำน้ำอุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมคู่ใจประจำห้องน้ำที่ช่วยเติมเต็มความผ่อนคลายในทุกๆ วัน แต่หลายคนมักจะใช้งานไปเรื่อยๆ โดยไม่เคยสนใจดูแลรักษา จนกระทั่งเครื่องมีปัญหา อาบน้ำแล้วน้ำไม่ร้อน หรือหนักเข้าคือเปิดไม่ติดแถมกินไฟเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติ!

ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินซื้อเครื่องใหม่ก่อนเวลาอันควร หรือต้องมานั่งปวดหัวกับบิลค่าไฟที่พุ่งสูง วันนี้เราเลยรวบรวม ทริคดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นให้อยู่ทนและประหยัดไฟ ฉบับเข้าใจง่าย ทำตามได้ทันทีมาฝากชาวเว็บบอร์ดทุกท่านกันครับ ตามมาดูกลเม็ดเคล็ดลับเหล่านี้กันเลย!


ทำไมการดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นถึงสำคัญกว่าที่คิด?

เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดึงกระแสไฟฟ้าค่อนข้างสูงเพื่อเปลี่ยนเป็นความร้อน หากปล่อยให้มีคราบหินปูนอุดตัน มีตะกรันเกาะที่ฮีตเตอร์ หรือระบบตัดไฟเสื่อมสภาพ ตัวเครื่องจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้น้ำร้อนเท่าเดิม ซึ่งนอกจากจะ กินไฟมากขึ้นโดยใช่เหตุ แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรืออันตรายถึงชีวิตอีกด้วยครับ


5 ทริคเด็ด: ดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นให้อยู่ทนและประหยัดไฟ แบบมือโปร

1. หมั่นทดสอบระบบตัดไฟอัตโนมัติ (ELCB / Test Button) เป็นประจำ
•   ทุกๆ 1 เดือน ควรกดปุ่ม "Test" ที่ตัวเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อตรวจสอบว่าระบบตัดไฟรั่วอัตโนมัติยังทำงานปกติหรือไม่ (ถ้ากดแล้วไฟตัดหรือเครื่องดับแสดงว่าปกติดี) จากนั้นกดปุ่ม "Reset" เพื่อกลับมาใช้งาน
•   การเช็กระบบเซฟตี้สม่ำเสมอช่วยให้มั่นใจได้ว่าเกราะคุ้มกันชีวิตของคุณยังพร้อมทำงานเสมอ

2. ถอดล้างทำความสะอาดหัวฝักบัวและตะแกรงกรอง (Filter)
•   น้ำประปาทั่วไปมักมีตะกอนหรือคราบหินปูนเจือปน ซึ่งเมื่อใช้งานนานวันเข้า คราบเหล่านี้จะไปติดค้างอยู่ที่ตะแกรงกรองน้ำและหัวฝักบัว ทำให้แรงดันน้ำไหลผ่านน้อยลง
•   เมื่อน้ำไหลน้อยเกินไป ตัวเครื่องจะเกิดความร้อนสะสมสูงเกินพิกัด (Overheat) จนตัดการทำงานบ่อยๆ และทำให้ฮีตเตอร์เสื่อมไว ควรถอดหัวฝักบัวมาแช่น้ำส้มสายชูหรือล้างทำความสะอาดทุกๆ 3-6 เดือน

3. ปรับระดับความร้อนให้พอดี ไม่เปิดเบอร์แรงสุดตลอดเวลา
•   หลายคนชอบเปิดปุ่มความร้อนไต่ระดับไปจนสุดแม้อากาศจะไม่ค่อยหนาว การทำเช่นนี้ทำให้ขดลวดฮีตเตอร์ต้องทำงานหนักและดึงกระแสไฟฟ้ามหาศาลตลอดเวลา
•   แนะนำให้ปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระดับปานกลางที่พอเหมาะกับการอาบ นอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟในบ้านได้แบบเห็นผลแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของขดลวดทำความร้อนไม่ให้ขาดง่ายอีกด้วย

4. ปิดวาล์วน้ำและสับเบรกเกอร์ทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ
•   หลังจากอาบน้ำเสร็จ ควรปิดก๊อกน้ำให้สนิททุกครั้ง และหากเป็นช่วงที่ไม่ได้ใช้งานนานๆ หรือต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน แนะนำให้สับเบรกเกอร์ควบคุมเครื่องทำน้ำอุ่นลงเพื่อตัดไฟเด็ดขาด ป้องกันปัญหาไฟกระชากหรือฟ้าผ่าในช่วงฝนตกที่จะสร้างความเสียหายให้แผงวงจรภายใน

5. เลือกใช้บริการตรวจเช็กและติดตั้งจากทีมช่างมืออาชีพ
•   หากตัวเครื่องเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น มีน้ำรั่วซึมลงมาโดนจุดต่อสายไฟ มีกลิ่นเหม็นไหม้ หรือความร้อนไม่เสถียร อย่าฝืนซ่อมเองเด็ดขาด
•   ควรเรียกช่างผู้ชำนาญการมาตรวจเช็กระบบภายใน หรือใช้บริการล้างเครื่องและตรวจสอบระบบไฟฟ้าจากศูนย์บริการมาตรฐาน

บทสรุป
การทำตาม ทริคดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นให้อยู่ทนและประหยัดไฟ ทั้งการหมั่นเช็กปุ่ม ELCB ล้างหัวฝักบัวไม่ให้ตัน ปรับอุณหภูมิให้พอดี และตัดไฟหลังใช้งาน จะช่วยให้เครื่องทำน้ำอุ่นเครื่องโปรดอยู่คู่ห้องน้ำไปอีกนาน แถมยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าค่าไฟได้แบบสบายๆ อีกด้วย