แนวทางการให้อาหารสายยางสำหรับผู้ป่วยติดเตียงการให้อาหารทางสายยางสำหรับ ผู้ป่วยติดเตียง ต้องอาศัยความพิถีพิถันเป็นพิเศษครับ เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีการเคลื่อนไหวน้อย ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอย่าง "แผลกดทับ" และ "ปอดอักเสบจากการสำลัก" ได้ง่าย
แนวทางปฏิบัติเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างปลอดภัยและฟื้นฟูร่างกายได้ดีที่สุดครับ:
1. การจัดท่าทาง (Positioning) - กฎเหล็กความปลอดภัย
เนื่องจากผู้ป่วยติดเตียงมีโอกาสสำลักสูงมาก:
ขณะให้อาหาร: ต้องจัดให้นั่งหรือนอนหนุนศีรษะสูงอย่างน้อย 30-45 องศา * หลังให้อาหาร: ห้ามประคองนอนราบทันที ต้องคงท่านั่งหรือหัวสูงไว้ต่ออย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารเคลื่อนลงสู่ลำไส้เล็ก ป้องกันการขย้อนกลับ
2. สารอาหารที่เน้นเพื่อการ "ฟื้นฟู"
เน้นโปรตีนสูง: ผู้ป่วยติดเตียงเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อฝ่อและแผลกดทับ ควรได้รับโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว หรืออกไก่ปั่น เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
เพิ่มใยอาหาร: การนอนนานๆ ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวน้อยและท้องผูกบ่อย ควรใส่ ผักกาดขาว แครอท หรือฟักทอง ในสูตรปั่น
คุมแคลอรี่ให้พอดี: ไม่ควรให้พลังงานสูงเกินไปจนผู้ป่วยอ้วน เพราะจะทำให้ผู้ดูแลขยับตัวผู้ป่วยยากและเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน
3. การจัดการเรื่องน้ำและช่องปาก
น้ำดื่มต้องเพียงพอ: สังเกตปัสสาวะและริมฝีปาก หากปากแห้งควรเพิ่มน้ำเปล่าระหว่างมื้อ
ดูแลช่องปาก: แม้ไม่ได้ทานอาหารทางปาก แต่แบคทีเรียยังสะสมได้ ต้องทำความสะอาดฟันและลิ้นด้วยก๊อซชุบน้ำสะอาดวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงปอดติดเชื้อจากการสำลักน้ำลาย
4. การป้องกันแผลกดทับบริเวณที่ใส่สาย
ปีกจมูก: ตรวจสอบผิวหนังบริเวณที่สายยางสัมผัส อย่าให้พลาสเตอร์ดึงรั้งจนเป็นแผล
การเปลี่ยนตำแหน่ง: ควรขยับตำแหน่งการติดพลาสเตอร์บ้าง เพื่อลดแรงกดทับที่จุดเดิมนานๆ
📊 ตารางสรุป: สิ่งที่ต้องสังเกตในผู้ป่วยติดเตียง
สิ่งที่ต้องเช็ก สัญญาณปกติ สัญญาณอันตราย (ต้องพบแพทย์)
ความสะอาดผิวหนัง ผิวแห้งสะอาด ไม่มีรอยแดง มีรอยแดงช้ำ หรือแผลพุพองบริเวณปีกจมูก
หน้าท้อง นิ่ม ไม่โตเกินไป ท้องอืดตึง เคาะแล้วมีลมเยอะ หรือปวดท้อง
การขับถ่าย ถ่ายนิ่มสม่ำเสมอ ท้องผูกเกิน 3 วัน หรือถ่ายเหลวเป็นน้ำ
สายยาง ขีดเครื่องหมายอยู่ที่เดิม สายเลื่อนหลุดออกมา หรือดูดไม่ได้น้ำย่อย
💡 เคล็ดลับเพิ่มเติมจาก Gemini
หากผู้ป่วยมี "แผลกดทับ" อยู่แล้ว แนะนำให้เสริม "โปรตีนอัลบูมิน" (จากไข่ขาว) มากเป็นพิเศษ และอาจปรึกษาแพทย์เพื่อเสริมวิตามินซีและซิงค์ (Zinc) ซึ่งมีส่วนสำคัญมากในการช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้นครับ